ฟิลเลอร์ใต้ตาควรฉีดทุกกี่ปี หากไม่ฉีดซ้ำจะมีผลเสียอะไรไหม

ฟิลเลอร์ใต้ตาควรฉีดทุกกี่ปี หากไม่ฉีดซ้ำจะมีผลเสียอะไรไหม สำหรับใครที่ศึกษาเกี่ยวกับการฉีดสารเติมเต็มใต้ตามาบ้าง ก็จะรู้ว่ามันเป็นหัตถการที่ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ถาวร และจำเป็นต้องฉีดซ้ำหากต้องการคงผลลัพธ์ไว้ เลยเป็นที่มาของข้อคำถามยอดฮิตของผู้ที่สนใจเข้ารับบริการที่ว่าถ้าอย่างนั้นควรฉีดซ้ำทุกกี่ปี และถ้าเราปล่อยทิ้งไว้จะเกิดผลเสียต่อร่างกายหรือเปล่า ซึ่งในบทความนี้ เราได้รวบรวมคำตอบมาฝากทุกคนแล้วค่ะ

ฟิลเลอร์ใต้ตา ควรฉีดทุกกี่ปี

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา โดยปกติผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 6-18 เดือน แตกต่างออกไปตามปัจจัยส่วนบุคคล เช่น การเลือกชนิดของสารเติมเต็ม หรือการดูแลตัวเองหลังทำและเมื่อผ่านระยะเวลาดังกล่าว HA-Filler จะค่อย ๆ สลายออกตามกระบวนการดูดซึมของร่างกาย ใต้ตาของเราจึงค่อย ๆ คืนสู่สภาพเดิม

แต่ทั้งนี้ ในกรณีที่ต้องการคงผลลัพธ์ไว้ให้อยู่ได้นาน ๆ ก็สามารถทำได้โดยการฉีดซ้ำค่ะ ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใด ซึ่งหากจะถามว่าฟิลเลอร์ใต้ตาควรฉีดทุกกี่ปี คำตอบก็คือ ให้ประเมินจากสภาพใต้ตาของเราค่ะ หากรู้สึกว่าฟิลเลอร์เริ่มสลาย ริ้วรอย ร่องลึก หรือถุงใต้ตาเริ่มกลับมาเหมือนเดิม ก็สามารถเข้าพบแพทย์เพื่อปรึกษาและฉีดเพิ่มได้เลยค่ะ ไม่จำเป็นต้องรอระยะเวลาที่แน่นอนว่ากี่เดือนหรือกี่ปีจึงจะฉีดซ้ำได้ ยิ่งไปกว่านั้น การฉีดเติมเรื่อย ๆ ยังมีส่วนช่วยให้ประสิทธิภาพของฟิลเลอร์คงอยู่ได้นานขึ้น เช่น หลังฉีดครั้งแรกเราอาจใช้เวลา 6 เดือนในการฉีดซ้ำอีกครั้ง แต่ครั้งต่อไปก็อาจเว้นนานขึ้นเป็น 10 เดือนถึงค่อยฉีดซ้ำ เป็นต้น (ระยะเวลาจะแตกต่างไปในแต่ละบุคคลนะคะ)

หากไม่ฉีดซ้ำจะมีผลเสียอะไรไหม

หากไม่ฉีดซ้ำมีผลเสียอะไรไหม

แม้การฉีดซ้ำหรือฉีดเติมจะช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ยาวนานขึ้นได้ แต่ถ้าใครที่ไม่อยากฉีดเพิ่มแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ ใต้ตาจะไม่สภาพย่ำแย่กว่าเดิมหรือทรุดโทรมกว่าเดิมแน่นอน เพียงแค่จะกลับไปมีสภาพเหมือนตอนก่อนฉีดเท่านั้น ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าแม้ไม่ฉีดซ้ำก็ไม่ได้ก่อให้เกิดผลเสียในภายหลังแน่นอน

หลังฟิลเลอร์สลาย ใต้ตาจะสภาพแย่กว่าเดิมไหม

หลังฉีดฟิลเลอร์สลาย ใต้ตาจะสภาพแย่กว่าเดิมไหม

การฉีด HA-Filler ไม่มีข้อบังคับว่าฉีดแล้วต้องกลับมาฉีดซ้ำ ดังนั้นแม้สารเติมเต็มสลาย สภาพใต้ตาของเราก็จะไม่แย่ลงกว่าเดิมแน่นอน นั่นเพราะระหว่างที่สารเติมเต็มยังคงอยู่ในชั้นผิวของเรา มันจะทำหน้าที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้คอยหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อรอบ ๆ ทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ดังนั้นแม้สารเติมเต็มจะสลายออกจากร่างกายจนหมด แต่คอลลาเจนที่สร้างใหม่ก็จะยังคงอยู่ ดังนั้นหลายคนจึงมีสุขภาพผิวดีกว่าตอนก่อนฉีดด้วยซ้ำ เพียงแค่ผิวใต้ตาจะไม่ได้เนียนสวย ดูดีเท่าตอนที่สารเติมเต็มยังไม่สลายค่ะ ทุกคนจึงสบายใจได้ว่าแม้ไม่ฉีดเติมซ้ำ ใต้ตาของเราก็จะไม่สภาพย่ำแย่ลงแน่นอน

แต่ทั้งนี้ มันก็จะขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองเป็นสำคัญด้วยนะคะ หากเราละเลย ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ และยังคงใช้ชีวิตแบบทำร้ายสุขภาพผิว ก็มีส่วนที่จะช่วยเร่งให้ใต้ตาของเราดูย่ำแย่กว่าเดิมได้ค่ะ

มีสารเติมเต็มที่ใช้ฉีดแบบให้ผลลัพธ์ถาวรไหม

มีสารเติมเต็มที่ใช้ฉีดแบบให้ผลลัพธ์ถาวรไหม

สารเติมเต็มในปัจจุบัน จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทตามระยะเวลาการคงตัว ได้แก่

  1. สารเติมเต็มแบบชั่วคราว (Temporary Filler) สารเติมเต็มประเภทนี้ที่ได้รับความนิยมและใช้กันอย่างแพร่หลายได้แก่ HA Filler หรือสารไฮยาลูโรนิก แอซิด โดยสารเติมเต็มแบบชั่วคราวจะมีความปลอดภัยสูง ได้รับการยอมรับจาก FDA อย่างเป็นสากล ทั้งยังสามารถสลายออกจากร่างกายได้เองตามธรรมชาติ โดยผลลัพธ์หลังฉีดสามารถอยู่ได้นานประมาณ 12-24 เดือน
  2. สารเติมเต็มแบบกึ่งถาวร (Semi-Permanent Filler) เช่น สารโพลีอัลคิลลิไมด์ (Polyakylimide) และสาร PMMA (Polymethyl-methacrylate) ผลลัพธ์ของสารเติมเต็มประเภทนี้จะอยู่ได้นานกว่าแบบชั่วคราว (ประมาณ 2-5 ปี) แต่ความปลอดภัยจะอยู่ในระดับปานกลาง ไม่สามารถสลายออกจากร่างกายได้อย่างหมดจด และมีแนวโน้มที่จะเกิดผลข้างเคียงที่เป็นผลเสียระยะยาว
  3. สารเติมเต็มแบบถาวร (Permanent Filler) เช่น ซิลิโคนเหลว หรือน้ำมันพาราฟิน สารเติมเต็มประเภทนี้จะให้ผลลัพธ์แบบถาวร ไม่สามารถสลายออกจากร่างกายได้เอง จึงนับเป็นประเภทสารเติมเต็มที่อันตรายที่สุด เสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงในระยะยาว เช่น ฟิลเลอร์ไหลเป็นก้อน รูปหน้าบิดเบี้ยว หรือเกิดอาการอักเสบรุนแรง เป็นต้น

โดยจากคุณสมบัติของสารเติมเต็มทั้ง 3 ประเภท จึงตอบได้ว่ามีสารเติมเต็มแบบถาวรอยู่จริง แต่เป็นอันตรายมาก แพทย์จะไม่แนะนำให้ฉีด ดังนั้นการฉีดสารเติมเต็มแบบชั่วคราวหรือ HA Filler จึงเป็นการเซฟตัวเองที่สุดค่ะ เพราะมีความปลอดภัยสูงมาก

สรุป

ฟิลเลอร์ใต้ตาควรฉีดทุกกี่ปี หากไม่ฉีดซ้ำจะมีผลเสียอะไรไหม? เราก็ขอคอนเฟิร์มตรงนี้อีกครั้งว่าระยะเวลาการฉีดซ้ำจะแตกต่างออกไปแล้วแต่บุคคล อยู่ที่สภาพใต้ตาของแต่ละคนเป็นหลัก หากพบว่าสภาพผิวค่อย ๆ กลับคืนเหมือนตอนก่อนฉีดอย่างเห็นได้ชัด ก็สามารถเข้าพบแพทย์เพื่อฉีดเพิ่มได้เลยค่ะ ไม่เป็นอันตรายแม้แต่นิดเดียว หรือถ้าใครอยากพอ ไม่อยากฉีดซ้ำ ในส่วนนี้ก็ไม่มีปัญหา ผิวใต้ตาก็จะค่อย ๆ กลับคืนสู่สภาพเดิม แต่ไม่แย่ลงกว่าเดิมแน่นอน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาถึงได้รับความนิยมสูง เพราะนอกจากจะให้ผลลัพธ์ที่ดีและรวดเร็ว มันยังเป็นวิธีเสริมสวยที่ไม่ยุ่งยาก ทั้งยังไม่ทิ้งผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกายอีกด้วยค่ะ

เว็บไซด์ bestfillerclinic.com เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก