ชวนมารู้จัก Restylane ฉีดแล้วดีไหม มีกี่รุ่น

Restylane Filler

ถ้าจะพูดถึงยุคแรก ๆ หรือผู้บุกเบิกวงการสารเติมเต็มใบหน้าแล้ว หลายคนคงต้องรู้จัก Restylane Filler สวีเดน ที่แพทย์ผิวหนังและความงามทั่วโลกนิยมใช้กันมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ ยังเป็นยี่ห้อที่มีเทคโนโลยีการผลิตเฉพาะเป็นของตัวเอง รวมถึงได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และยังขึ้นชื่อในเรื่องผลลัพธ์ที่เนียนสวยเป็นธรรมชาติ ว่าแต่อะไรที่ทำให้แบรนด์นี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ฉีดแล้วดีไหม มีทั้งหมดกี่รุ่น แต่ละรุ่นฉีดตรงไหนได้บ้าง แพงไหม ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่ วันนี้ เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกันแบบเจาะลึกละเอียดทุกซอกทุกมุม เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจกันค่ะ

เลือกเนื้อหาที่ต้องการอ่าน

ความเป็นมาของ Restylane Filler

Restylane อ่านว่า “เรสเทอเรน” เป็นยี่ห้อของสารเติมเต็มบนใบหน้าประเภทไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) สัญชาติสวีเดน และยังเป็นแบรนด์แรกของโลก โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การผลิตและมาตรฐานของบริษัทยารายใหญ่ Galderma ที่ได้ถูกพัฒนาสารไฮยาลูรอนิก แอซิด ให้มีโมเลกุลขนาดเล็กเหมือนกับสาร HA ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายของคนเราและมีความบริสุทธิ์สูง จึ่งมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโอกาสแพ้ เมื่อเวลาผ่านไป สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ไม่มีสิ่งตกค้าง

นอกจากนี้ ยังมีรุ่นต่าง ๆ ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้มีขนาดโมเลกุลที่แตกต่างกัน เพื่อการแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดได้อย่างครอบคลุม โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ตามคุณสมบัติเด่น

  • Lift ช่วยปรับรูปหน้า โดยการยกกระชับหรือการ Lifting ที่เน้นการเก็บแนวกรามให้คมชัด ยกแก้มห้อยให้กระชับเต่งตึง ช่วยลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย
  • Fill ช่วยเติมเต็มริ้วรอยและร่องลึกให้ดูตื้นขึ้น ปรับผิวให้อิ่มเอิบ ช่วยย้อนวัยให้ใบหน้าดูเด็กลง
  • Volumize ช่วยเติมเต็มผิวที่ขาดวอลลุ่มจากอายุที่มากขึ้น ให้กลับมาอิ่มฟู คืนความยืดหยุ่นให้ผิว ปรับรูปหน้าให้มีมิติ
  • Refresh เน้นปรับคุณภาพผิวให้กลับมาชุ่มชื่น ยืดหยุ่น คืนความกระจ่างใสและปรับผิวให้เรียบเนียน
  • Kissability มีรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อฉีดเติมเต็มริมฝีปากโดยเฉพาะ ให้ความเป็นธรรมชาติสูงมาก ซึ่งนอกจากปรับรูปทรงริมฝีปากตามสไตล์ที่ต้องการได้แล้ว ยังปรับให้ริมฝีปากชุ่มชื่น เนียนนุ่ม ไม่เป็นก้อน จุ๊บได้ไม่โป๊ะ

ผสาน 2 เทคโนโลยีการผลิตที่ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความโดดเด่น

หลายคนอาจเข้าใจว่า การฉีดปรับรูปหน้าจะใช้สารเติมเต็มรุ่นไหนก็ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในแต่ละตำแหน่งที่ต้องฉีดเติมเต็มนั้น ต่างก็ต้องใช้ขนาดโมเลกุลและคุณสมบัติของสารเติมเต็มที่ต่างกันไป ทั้งเนื้อของสารเติมเต็ม (ระดับความแข็ง-นิ่ม), การกระจายตัวยา, ค่าอุ้มน้ำ, ความหนาแน่นหรือจำนวนการเชื่อมพันธะ รวมถึงความยืดหยุ่นค่ะ โดยเรสเทอเรนนั้น มีเทคโนโลยีการผลิตสารเติมเต็มใบหน้าของตัวเอง ซึ่งได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน (ตั้งแต่ปี ค.ศ.1996) โดยแบ่งออกเป็น NASHA Technology และ OBT Technology ที่ออกแบบสารเติมเต็มออกมาหลากหลายรุ่น ช่วยปรับรูปหน้าได้อย่างครอบคลุมทุกปัญหา ผิวเนียนสวยเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน ไม่ไหล

NASHA Technology

เทคโนโลยีดั้งเดิมที่ถูกคิดค้นและพัฒนานี้ มีชื่อย่อมาจาก Non-Animal Stabilized Hyaluronic Acid Technology ช่วยให้สารเติมเต็มไฮยาลูรอนิก แอซิด ที่มีความปลอดภัย ลดโอกาสเกิดอาการแพ้ และยังมีเส้นใยที่เชื่อมต่อกันแบบ Cross-linked เพื่อให้ได้สารเติมเต็มที่ยืดหยุ่นและคงตัวค่อนข้างสูง คงรูปได้ดี เวลาที่ฉีดเข้าไปแล้วจะไม่ไหล นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติช่วยดึงโมเลกุลน้ำเข้ามากักเก็บที่สารเติมเต็ม สำหรับเทคโนโลยีการผลิตนี้จะมีรุ่นที่ถูกแบ่งไปตามขนาดโมเลกุลเจลขนาดเล็ก, ขนาดปานกลาง และขนาดใหญ่

เหมาะกับปัญหา : เส้นริ้วรอยเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นตามวัย, ผิวแห้งกร้าน, สีผิวไม่กระจ่างใส, ผิวหย่อนคล้อย

ระยะเวลาของผลลัพธ์ : ประมาณ 6-12 เดือน* (ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)

OBT Technology

สำหรับเทคโนโลยีต่อมามีชื่อย่อมาจาก Optimal Balance Technology ถูกพัฒนาต่อมาจากเทคโนโลยีแรก ซึ่งได้รับความนิยมจากแพทย์ความงามทั่วโลกเช่นเดียวกัน โดยมีคุณสมบัติที่โดดเด่นตรงที่เนื้อสารเติมเต็มสามารถปรับรูปทรงได้หลากหลาย เพราะมีความคงตัวและยืดหยุ่นค่อนข้างสูง ฉีดแล้วกลืนเนียนไปกับผิว ซึ่งเทคโนโลยี OBT จะแบ่งออกเป็นรุ่นต่าง ๆ ที่มีขนาดโมเลกุลทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน

เหมาะกับปัญหา : คนที่มีผิวบาง, ร่องลึกบนใบหน้าที่มีการขยับหรือเคลื่อนไหวบ่อย เช่น ร่องแก้ม หรือร่องน้ำหมาก เป็นต้น

ระยะเวลาของผลลัพธ์ : ประมาณ 6-18 เดือน* (ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)

Restylane Filler มีกี่รุ่น แต่ละรุ่นเหมาะกับฉีดตรงไหน

ในปัจจุบัน Restylane filler ที่นิยมนำมาใช้ในการเติมเต็ม ปรับรูปหน้า และผ่านการรับรองจากอย. ของไทย จะแบ่งออกเป็น 8 รุ่น โดยในแต่ละรุ่นนั้น จะถูกแบ่งออกตามเทคโนโลยีการผลิตที่ได้อธิบายไว้ในตอนต้น ซึ่งมีความแตกต่างกันที่ขนาดโมเลกุล ระยะเวลาของผลลัพธ์ และเหมาะกับการเติมเต็มในบริเวณที่มีปัญหาผิวที่แตกต่างกันไป ดังนี้ค่ะ

รุ่นที่ผลิตด้วย NASHA Technology

Restylane Lidocaine

Classic

เรสเทอเรนรุ่น Classic เป็นสารเติมเต็มโมเลกุลขนาดกลาง มีเนื้อเจลแข็งในระดับปานกลาง มีคุณสมบัติที่ยืดหยุ่นได้ดี ฉีดแล้วผิวเรียบเนียน นอกจากนี้ ยังมีค่าอุ้มน้ำค่อนข้างสูง เติมความชุ่มชื่นให้กับผิว และยังมีส่วนผสมของยาชาอยู่ด้วย

เหมาะกับฉีดบริเวณ : ร่องน้ำหมาก (ข้างมุมปาก), ร่องแก้มลึก, ริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ ตื้น ๆ, รอยขมวดคิ้ว, ใต้ตา และริมฝีปาก

ระยะเวลาของผลลัพธ์ : 8-12 เดือน* (ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิวของแต่ละบุคคล)

Vital Light หรือ Skin Boosters Vital Light

สำหรับรุ่น Skin Boosters Vital Light จะมีโมเลกุลเล็กที่สุดในบรรดาเรสเทอเรนทุกรุ่น เป็นเนื้อเจลที่ค่อนข้างละเอียด มีความนิ่ม จึงเหมาะกับการเก็บรายละเอียดในจุดเล็ก ๆ เป็นพิเศษ เน้นในการช่วยฟื้นฟูผิว แก้ปัญหาผิวที่มีรอยคล้ำ เช่น บริเวณใต้ตา ปรับขอบตาดำให้กลับมากระจ่างใส ผิวใต้ตาเรียบเนียน เติมเต็มริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ ปรับผิวที่แห้งกร้านให้กลับมาชุ่มชื่น ส่วนรุ่น Restylane Vital Light อยู่ได้กี่เดือน ฉีดแล้วอยู่ได้นานเหมือนรุ่นอื่นไหม ก็ต้องบอกเลยว่า ผลลัพธ์อยู่ได้นานเป็นปีเหมือนรุ่นอื่น ๆ เลยค่ะ

เหมาะกับฉีดบริเวณ : ใต้ตา (แก้ปัญหารอยคล้ำ ขอบตาดำ เส้นริ้วรอยเล็ก ๆ แก้ร่องน้ำตา), ผิวหน้าที่มีหลุมสิว และริมฝีปาก

ระยะเวลาของผลลัพธ์ : 6-12 เดือน* (ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิวของแต่ละบุคคล)

Vital หรือ Skin Booster Vita

ในรุ่นนี้ จะมีความพิเศษตรงที่มีค่าอุ้มน้ำที่สูง จึงช่วยเติมความชุ่มชื่นให้ผิวค่อนข้างดี เนื้อเจลนิ่มละเอียด ฉีดแล้วเกลี่ยนง่าย กลืนไปกับผิวให้ความเป็นธรรมชาติ และยังมีส่วนผสมของยาชาอยู่อีกด้วย

เหมาะกับฉีดบริเวณ : เติมเต็มริ้วรอยตื้นเส้นเล็ก ๆ บริเวณหน้าผาก, ใต้ตา, หลังมือ พร้อมกับปรับให้ผิวชุ่มชื่น สุขภาพดี

ระยะเวลาของผลลัพธ์ : 8-12 เดือน* (ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิวของแต่ละบุคคล)

Restylane Lyft

Lyft

ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นในเรี่องของการยกกระชับผิวหน้า เป็นเพราะเนื้อเจลที่คงรูปได้ดีที่สุด ฉีดแล้วไม่ฟู จึงเหมาะกับการนำมาปั้นรูป เติมเต็ม และปรับรูปหน้า รวมถึงแก้ไขปัญหากรอบหน้าไม่ชัด หย่อนคล้อย

เหมาะกับฉีดบริเวณ : คาง, จมูก, ขมับ, หน้าแก้ม, กรอบหน้า (ยกกระชับกรอบหน้า)

ระยะเวลาของผลลัพธ์ : 12 เดือน* (ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิวของแต่ละบุคคล)

รุ่นที่ผลิตด้วย OBT Technology

Restylane Refyne

Refyne

ด้วยคุณสมบัติของเรสเทอเรนรุ่น Refyne ที่ค่อนข้างขึ้นรูปได้ดี มีเนื้อนิ่ม ยืดหยุ่นสูง กลืนไปกับผิวอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับคนที่มีลักษณะผิวบาง ช่วยเติมเต็มริ้วรอยตื้น ๆ ซึ่งเวลาที่ฉีดไปยังตำแหน่งที่ต้องขยับบ่อย ๆ ก็ไม่มีปัญหาเลยค่ะ เพราะฉีดแล้วไม่เป็นก้อน ไม่แยกชั้น

เหมาะกับฉีดบริเวณ : ร่องแก้มลึก, ร่องน้ำหมาก (มุมปาก) หรือในรายที่มีปัญหาผิวบาง

ระยะเวลาของผลลัพธ์ : 8-12 เดือน* (ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิวของแต่ละบุคคล)

Restylane Volyme

Volyme

ส่วนรุ่น Volyme จะเน้นที่การเติมเต็มเพื่อปรับให้ผิวอิ่มฟู เนื้อเจลมีความนิ่มในระดับปานกลาง ให้ความยืดหยุ่นที่ค่อนข้างสูง ยิ่งในบริเวณที่เป็นผิวเว้า ตอบ ซูบ หลังเติมแล้วจะช่วยให้ผิวบริเวณนั้น ๆ อิ่มเต็มขึ้น ปรับรูปหน้าให้มีมิติยิ่งขึ้น

เหมาะกับฉีดบริเวณ : แก้มตอบ, ขมับยุบ, ร่องแก้ม

ระยะเวลาของผลลัพธ์ : 12-18 เดือน* (ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิวของแต่ละบุคคล)

Defyne

รุ่นนี้มาพร้อมกับเนื้อเจลค่อนนิ่มในระดับปานกลาง ให้ความยืดหยุ่นดี เหมาะกับเติมเต็มในปัญหาผิวที่เกิดจากการยุบตัวของกระดูกในผิวชั้นลึกเมื่ออายุเริ่มมากขึ้น รวมถึงใช้เติมเต็มริ้วรอย และฉีดเพื่อปรับยกกระชับรูปหน้า Mid Face (ส่วนกึ่งกลางใบหน้า) ตั้งแต่บริเวณหน้าแก้ม

เหมาะกับฉีดบริเวณ : หน้าแก้ม (เติมแก้มส้ม), ใต้ตา, ร่องแก้ม, ร่องน้ำหมาก, ปรับรูปคางและแก้ไขร่องพับคาง

ระยะเวลาของผลลัพธ์ : 12-18 เดือน* (ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิวของแต่ละบุคคล)

Kysse

ต่อกันที่รุ่นสุดท้ายนั่นก็คือ Kysse เป็นสารเติมเต็มที่ออกแบบมาเพื่องานฉีดปากให้อวบอิ่มโดยเฉพาะ ด้วยความโดดเด่นของเนื้อเจลที่ค่อนข้างละเอียด มีความคงตัวสูง ปั้นรูปทรงปากให้ดี เติมขอบปากให้ชัดสวย นอกจากนี้ ยังเติมความชุ่มชื่น ปรับผิวริมฝีปากที่แห้งแตกเป็นร่อง ปากเหี่ยว ให้กลับมาอิ่มฟู ชุ่มชื่น

เหมาะกับฉีดบริเวณ : ริมฝีปาก เติมเต็มให้อวบอิ่ม ปรับรูปทรงได้หลากหลายสไตล์ เติมร่องปากให้เรียบเนียนและเต่งตึง ปรับให้ปากชุ่มชื่นสุขภาพดี

ระยะเวลาของผลลัพธ์ : 8-18 เดือน* (ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิวของแต่ละบุคคล)

Restylane สวีเดน ดีไหม ทำไมถึงนิยมใช้ทั่วโลก

สำหรับ Restylane สวีเดน เป็นแบรนด์สารเติมเต็มบนใบหน้าที่ได้รับความนิยมมาเป็นเวลานานค่ะ ด้วยมาตรฐานต่าง ๆ ที่มาแบบอัดแน่น ด้วยนวัตกรรมการผลิตที่ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่แก้ไขปัญหาและปรับรูปหน้าได้อย่างครอบคลุม มีความปลอดภัย ให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ

  • เป็นแบรนด์แรกของโลกที่นำเข้าจากประเทศสวีเดน
  • ได้รับรองมาตรฐานและความปลอดภัยจากอย. ไทย (Thai FDA), อเมริกา (US FDA), เกาหลีใต้ (KFDA) และมาตรฐานผลิตภัณฑ์จากสหภาพยุโรป (EDQM)
  • ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย จากแพทย์ผิวหนังและความงามทั่วโลก
  • ถูกใช้เพื่อปรับรูปหน้าและความงามกว่า 40 ล้านการรักษา ใน 80 ประเทศทั่วโลก

Restylane เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวขาดวอลลุ่ม ใบหน้าขาดมิติ บางตำแหน่งซูบตอบ
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวขาดน้ำ ผิวแห้งกร้าน ผิวไม่สดใส
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวมีร่องลึก มีริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ ตื้น ๆ ทำให้ใบหน้าดูสูงวัย
  • ผู้ที่มีปัญหาใต้ตาหมองคล้ำ มีถุงใต้ตา มีริ้วรอยเล็ก ๆ มีร่องน้ำตา
  • ผู้ที่มีปัญหาแก้มห้อย กรอบหน้าหย่อนคล้อย แนวกรามไม่ชัด
  • ผู้ที่อยากปรับรูปหน้าแบบไม่ต้องศัลยกรรม เช่น ฉีดเสริมคาง, ฉีดเสริมหน้าผาก เป็นต้น
  • ผู้ที่อยากเติมปากให้อวบอิ่ม ปรับแต่งรูปทรงริมฝีปากในสไตล์ต่าง ๆ เช่น สายฝอ สายเกาหลี ปากกระจับ ยกมุมปาก เป็นต้น
  • ผู้ที่อยากมีใบหน้าที่อ่อนวัย ไม่อยากผ่าตัด ไม่มีเวลาพักฟื้น และเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจน

Restylane กับ Juvederm ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่า

หลายคนอาจสงสัย ยังลังเล หรือมักจะเปรียบเทียบกันว่าทั้ง 2 ยี่ห้อนี้ อันไหนดีกว่ากันและมีความแตกต่างกันอย่างไร เดี๋ยวเราลองมาดูทั้งข้อแตกต่างและจุดเด่นที่เหมือนกัน เพื่อประกอบการตัดสินใจกันค่ะ

ข้อแตกต่าง

  • เรสเทอเรนผลิตจากประเทศสวีเดน และ Juvederm เป็นสารเติมเต็มของสหรัฐอเมริกา
  • เรสเทอเรนจะมีราคาที่สบายกระเป๋ากว่า ส่วน Juvederm จะมีราคาที่ค่อนข้างสูงกว่ายี่ห้ออื่น ๆ
  • ระยะเวลาของผลลัพธ์ที่ Juvederm จะคงอยู่ได้ยาวนานกว่า (อยู่ได้นาน 1-2 ปี) เรสเทอเรน (อยู่ได้นานสูงสุดประมาณ 18 เดือน) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิวของแต่ละบุคคล

จุดเด่นที่มีเหมือนกัน

  • สามารปรับรูปหน้า เติมเต็มร่องลึก ริ้วรอย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เป็นแบรนด์ที่ถูกใช้งานมาอย่างยาวนาน ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากแพทย์ผิวหนังทั่วโลก
  • ผลิตด้วยเทคโนโลยีเฉพาะตัว ลิขสิทธิ์เฉพาะ ช่วยให้ได้สารเติมเต็มคุณภาพสูง ปลอดภัยต่อร่างกาย
  • มีหลากหลายรุ่น หลายโมเลกุล ตอบโจทย์ปัญหารูปหน้าได้อย่างครอบคลุม

Restylane ราคาเท่าไหร่

ที่คลินิกของเราเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สารเติมเต็มใบหน้าที่ได้มาตรฐาน ผ่านอย. ไทยและต่างประเทศหลากหลายแบรนด์ รวมถึงเพื่อการปรับรูปหน้า เติมเต็มผิว ฟื้นฟูผิวให้อ่อนเยาว์ ซึ่ง Restylane ราคาเริ่มต้นที่ 12,900 บาท* ทั้งนี้ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงและไม่เท่ากันในแต่ละเคส ขึ้นอยู่กับปริมาณของสารเติมเต็มที่เลือกใช้ ตำแหน่งที่จะฉีด และระดับสภาพปัญหารูปหน้าของคนไข้แต่ละราย นอกจากนี้ ทางคลินิกยังมีการจัดรายการโปรโมชั่นตามช่วงเวลาต่าง ๆ จึงแนะนำให้คนไข้เข้ารับการตรวจวิเคราะห์พร้อมประเมินการรักษาเบื้องต้นกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วนค่ะ

วิธีเช็ก Restylane ของแท้

วิธีเช็ก Restylane ของแท้
  • มีสติ๊กเกอร์โมโนแกรม และเมื่อลอกออกจะเห็นคำว่า VOID ซึ่งจะสามารถตรวจสอบได้ว่าผลิตภัณฑ์ถูกแกะมาก่อนหรือยัง เป็นกล่องใหม่จริงไหม
  • มีเลขขึ้นทะเบียนจากอย. และต้องมีเอกสารกำกับยาเป็นภาษาไทย
  • มีเลข LOT. การผลิตที่ตรงกันทั้ง 3 ตำแหน่ง คือ ข้างกล่อง, หลอดฉีดยา และที่สติ๊กเกอร์
  • มี QR Code เพื่อสแกนผ่านแอปพลิเคชั่น eZTracker สามารถตรวจสอบว่าเป็นผลิตภัณฑ์แท้หรือไม่ ขึ้นข้อมูลทั้งวัน / เดือน / ปีที่ผลิตและวันหมดอายุ, ข้อมูลระบุว่าผลิตภัณฑ์กล่องนี้ถูกสแกนมาแล้วกี่ครั้ง, ชื่อโรงงานและที่ตั้งของโรงงานผลิต, วันที่นำเข้ามายังประเทศไทย, คลินิกที่รับตัวยานำเข้ามาเมื่อไหร่ เป็นต้น

Doctor Mek Clinic เลือกใช้แต่ผลิตภัณฑ์ของแท้จากบริษัทยาโดยตรง

นอกจากการเช็กผลิตภัณฑ์ของแท้ด้วยตัวเองได้แล้ว คนไข้ยังสามารถตรวจสอบได้ว่า คลินิกที่เราเลือกใช้บริการนั้น ใช้ตัวยาที่นำเข้าจากบริษัทยาโดยตรงหรือไม่ ด้วยการเข้าไปที่เว็บไซต์ของ Galderma ประเทศไทย Galderma (Thailand) Co., Ltd. (https://www.galdermaaestheticsthailand.com/clinic) ซึ่งเป็นบริษัทนำเข้าผลิตภัณฑ์ Restylane แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โดยเราสามารถกรอกชื่อคลินิกและทำการค้นหาได้เลย ซึ่งที่ Doctor Mek Clinic ของเราก็มีรายชื่อที่ได้รับใบรับรอง Certificate ว่าเป็นคลินิกที่มีการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ของแท้จากบริษัทโดยตรงค่ะ

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการ

  • ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับหัตถการ เพื่อทำความเข้าใจและรับทราบข้อมูลก่อนตัดสินใจ
  • เข้ารับการปรึกษาแพทย์ เพื่อพูดคุยถึงความต้องการและรับทราบข้อมูลการรักษาอย่างละเอียด
  • 1 สัปดาห์ก่อนเข้ารับบริการ งดรับประทานยาและอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, ยาในกลุ่ม NSAIDs, โสม, น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส, วิตามินอี, แปะก๊วย เป็นต้น
  • 3 วันก่อนฉีดสารเติมเต็ม งดการขัดหน้า สครับผิว แว็กซ์ขน หรือการโกนขน รวมถึงงดการทาครีมหรือทายาที่มีส่วนช่วยในการผลัดเซลล์ผิว และงดการทำเลเซอร์ผิวหน้า
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดและงดสูบบุหรี่ก่อนเข้ารับบริการ 1 วัน
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อม

วิธีการดูแลตัวเองหลังเข้ารับบริการ

  • ในคนไข้บางราย หลังฉีดสารเติมเต็มอาจเกิดอาการปวดระบมได้ ทั้งนี้สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ทุก 4-6 ชั่วโมง เพื่อบรรเทาอาการ
  • หลังเข้ารับบริการ อาจทำให้ผิวมีอาการบวม โดยสามารถใช้วิธีการประคบเย็บอย่างเบามือ ซึ่งทั่วไปแล้วอาการดังกล่าวจะค่อย ๆ บรรเทาลงและหายได้เองในสัปดาห์แรก
  • หลังการฉีดปรับรูปหน้า 3 ชั่วโมง สามารถล้างหน้าได้ตามปกติ
  • งดการแกะ การเกา และไม่ควรสัมผัสผิวแรง ๆ บริเวณที่ทำการฉีดสารเติมเต็ม
  • ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ ให้ได้วันละ 2-3 ลิตรต่อวัน เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพของสารเติมเต็มให้อุ้มน้ำได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผิวอิ่มฟูชุ่มชื่น
  • งดการอยู่หรือทำกิจกรรมในที่ที่อุณหภูมิสูง เช่น การออกกำลังกายกลางแจ้ง, การเข้าซาวน่า, การล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น รวมถึงการอยู่หน้าเตาปิ้งย่างร้อน ๆ
  • ในช่วงแรก แนะนำให้นอนหนุนหมอนสูงกว่าปกติ งดการนอนท่าคว่ำหน้าและท่านอนตะแคง

ทำไมต้องปรับรูปหน้าที่ Doctor Mek Clinic – Home of Filler

เหตุผลแรกที่คนไข้หลายท่านให้ความไว้วางใจ เลือกเข้ารับบริการปรับรูปหน้าและยกให้ คลินิกของเราเป็นที่ 1 ในใจมาตลอด ก็คงหนีไม่พ้นความเป็นมืออาชีพที่กล้าการันตีว่าเราเป็นตัวจริง นำทีมโดยอาจารย์หมอเมฆ ที่มีดีกรีระดับ Restylane Trainer อาจารย์แพทย์ด้านฟิลเลอร์ Restylane Galderma สวีเดน ซึ่งได้รับแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากบริษัท Galderma โดยมีการเรียน-การสอนเทคนิคการฉีดสารเติมเต็มบนใบหน้าอย่างถูกวิธีให้กับแพทย์ความงามในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้ เรายังเป็นคลินิกความงามชั้นนำในไทยที่สามารถพิสูจน์ฝีมือด้วยการคว้ารางวัลใหญ่ระดับในประเทศ และระดับเอเชียมาครองได้สำเร็จติดต่อกันหลายปีซ้อน

รางวัลอันดับ 1 คลินิกที่มียอดฉีดฟิลเลอร์สูงสุดในเอเชีย

รางวัลอันดับ 1 Single Clinic ที่มียอดฉีดฟิลเลอร์สวีเดน Restylane สูงสุดในไทย
(ประจำปี 2019 – 2023)

ด้วยการนำเข้า แต่ผลิตภัณฑ์สารเติมเต็มที่ได้มาตรฐานระดับสากลหลากหลายแบรนด์เข้ามาใช้ รวมถึงยี่ห้อ Restylane ซึ่งทุกชิ้นสามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นของแท้ ที่นำเข้าจากบริษัทยาโดยตรง ไม่ผ่านใคร ผสานกับเทคนิคฉีดปรับรูปหน้า Triple Layers Lift คิดค้นและพัฒนาโดยอาจารย์หมอเมฆ ซึ่งเป็นการฉีดเติมเต็มได้ในหลายระดับชั้นผิว ตั้งแต่ชั้นกระดูก ชั้นไขมัน และชั้นผิวหนัง โดยสามารถนำมาประยุกต์ปรับใช้ให้เหมาะกับปัญหารูปหน้าของคนไข้แต่ละรายได้อย่างตรงจุด แม่นยำ ช่วยปรับลุคให้สวยเป๊ะแต่ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้อย่างลงตัว พร้อมการดูแลติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่องค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

หลังทำสามารถแต่งหน้าและทาครีมบำรุงได้เลยไหม

หลังฉีดสารเติมเต็มจะมีการแปะพลาสเตอร์ที่บริเวณรอยเข็ม ซึ่งหลังจากนี้ประมาณ 1-3 ชั่วโมง คนไข้จะได้รับคำแนะนำให้สามารถแกะพลาสเตอร์ออกได้ ซึ่งหลังจากนี้ สามารถล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ (ไม่ใช้น้ำอุ่น) และสามารถบำรุงผิวได้ตามปกติ ส่วนการแต่งหน้านั้น ก็ทำได้ปกติเช่นเดียวกัน เพียงแต่ให้หลีกเลี่ยงบริเวณที่เป็นรอยเข็มไปก่อนจนกว่าผิวจะสมานตัวค่ะ

หลังฉีด ห้ามกินอะไรบ้าง

ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด รวมถึงงดรับประทานอาหารประเภทกึ่งสุกกึ่งดิบ อาหารดิบ อาหารทะเล อาหารหมักดอง ประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังฉีด เพื่อหลีกเลี่ยงอาการข้างเคียงไม่พึงประสงค์ และลดโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อจากสิ่งสกปรก สิ่งแปลกปลอม หรือเชื้อโรคที่อาจปะปนมากับอาหารเหล่านี้

ฉีดปรับรูปหน้าเจ็บไหม

ในการฉีดปรับรูปหน้าด้วยสารเติมเต็มเรสเทอเรนนั้น ในทุกรุ่นส่วนใหญ่แล้วจะมีส่วนผสมของยาชาอยู่ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บขณะฉีด รวมถึงยังมีการแปะยาชาก่อนทำการฉีด ซึ่งคนไข้สบายใจได้เลยว่า จะสบายผิวและไม่เจ็บอย่างที่คิดแน่นอนค่ะ

หลังฉีดกี่วันถึงจะเข้าที่

หลังการฉีดสารเติมเต็มใบหน้าแล้ว จะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที และจะยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนเต็มที่หรือเข้าที่ในระยะเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ค่ะ โดยในช่วง 2-5 วันแรก อาจมีอาการบวมแดงได้เล็กน้อย (เป็นอาการปกติที่พบได้) คนไข้สามารถประคบเย็นและรับประทานยาตามที่คุณหมอสั่ง ซึ่งอาการดังกล่าวจะค่อย ๆ บรรเทาและหายได้เองค่ะ

สรุป

Restylane Filler เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อของสารเติมเต็มปรับรูปหน้าระดับพรีเมียม ที่มาพร้อมมาตรฐานการผลิตที่เน้นความปลอดภัย ให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ช่วยในการเติมเต็ม ปรับรูปหน้า ปรับสภาพผิว คงความอ่อนวัยของใบหน้า ออกแบบมาหลากหลายรุ่นเพื่อการแก้ปัญหารูปหน้าที่แตกต่างกัน ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและคงอยู่ได้อย่างยาวนาน และยังเป็นผลิตภัณฑ์ Filler แบรนด์แรกที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากแพทย์ความงามทั่วโลก นับว่าเป็นอีกหนึ่งยี่ห้อที่น่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ สำหรับใครที่สนใจอยากสอบถามเพิ่มเติมหรืออยากพูดคุยปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สามารถแอดไลน์ทักแชทได้ที่ LINE : @doctormekclinic (อย่าลืมใส่ @ นำหน้าด้วยนะคะ)

เว็บไซด์ bestfillerclinic.com เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึก